สองปีก่อน ... ผมโค้ชชิ่งพี่ชายท่านหนึ่ง วันนั้นแกเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก
ด้วยเหตุที่ภรรยาทิ้งแกกับลูกไป ที่เจ็บปวดก็คือ ทรัพย์สินที่แกสร้างมา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเช่า 2 หลัง ที่ดินอีก 1 แปลง พร้อมกับเงินในบัญชี และหุ้นอีกจำนวนหนึ่ง อันตรธานหายไปพร้อมกับภรรยาของแกด้วย
"ผมไม่น่าไว้ใจให้ทุกอย่างเป็นชื่อเธอเลย วันนี้ผมไม่เหลืออะไรแล้วครับโค้ช" พี่ชายที่น่าสงสารพูดด้วยเสียงเครือ
จำได้ว่าวันนั้นผมตอบแกไปประมาณอย่างนี้ครับ ...
"ไม่จริงครับ แฟนพี่เขาเอาไปได้แค่บางส่วน ความมั่งคั่งไม่ใช่ทรัพย์สินที่เราได้ด้วยตานะครับ ความมั่งคั่งอยู่ในความคิดของพี่
บ้านเช่า ที่ดิน เงินฝาก และหุ้น พี่เป็นคนสร้างมันขึ้นมา พี่รู้วิธีสร้างมันครับ คนที่ไม่ได้สร้างมันขึ้นมาเอง ถ้าวันหนึ่งของเหล่านี้มันหมดไป เขาก็จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ไม่ได้
ผิดกับพี่ที่เป็นสร้างทรัพย์สินเหล่านั้นด้วยมันสมองและสมองมือ วันนี้ถ้ามันจะหายไป เราก็แค่สร้างใหม่ ด้วยองค์ความรู้ที่เรามีครับ"
รับประกันแบบสองร้อยตีนทีบเลยว่า สีหน้าพี่เขาวันนั้น ไม่อินกับสิ่งที่ผมพูดเลย
แกคงนึกในใจว่า "มั่งคั่งเชี้ยไร ... กูหมดตูดแล้วจะมั่งคั่งได้ยังไง" 555 อันนี้ผมคิดเองนะ
สุดท้ายเราจากกันวันนั้น ด้วยความรู้สึกแสนคลุมเครือ เพราะผมเองก็ไม่แน่ใจว่า ได้ช่วยแกอย่างดีแล้วหรือยัง
2 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เมื่อวานผมไปเป็น Guest Speaker ในงานสัมมนา The Acheiver ขณะกำลังจะกลับบ้าน มีชายคนหนึ่งมารอพบกับผม
ใช่แล้วครับ เขาคือพี่ชายผู้ฟูมฟายในวันนั้น แต่วันนี้แกมาด้วยสีหน้าอุดมสุข
"หวัดดีครับโค้ช จำผมได้มั้ยครับ"
สารภาพว่าคุ้นหน้า แต่จำไม่ได้ว่าเคยคุยเรื่องอะไร แต่ยิ้มรับทำเป็นจำได้ไว้ก่อน (555)
"ผมแวะมาขอบคุณโค้ชครับ วันนี้ผมดีขึ้นเยอะแล้วครับ ผมมีทรัพย์สินมากกว่าเดิม มีเงินและหุ้นมากกว่าเดิม ที่สำคัญ ผมมีความสุขมากกว่าตอนนั้นเสียอีก นี่ถ้าภรรยาผมไม่ทิ้งไป ผมก็คงไม่ได้เจอตัวตนที่มีความสุขเช่นนี้ ขอบคุณโค้ชมากนะครับ ขอบคุณ ขอบคุณ"
"อ๋อ ... (ไหนมึงบอกจำได้ไง) ยินดีด้วยครับพี่"
หลังจากนั้น เราพูดคุยกันอีกสักพัก แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็ยืนยันคำพูดที่ผมบอกแกไว้วันนั้นจริง
"ความมั่งคั่งสถิตอยู่กับผู้สร้างมัน ไม่ใช่ผู้ครอบครองมันชั่วครั้งชั่วคราว และต่อให้เอาทรัพย์สินเราไป เราก็ยังสร้างความมั่งคั่งใหม่ของเราได้อยู่ เพราะความมั่งคั่ง อยู่ที่ 'ความคิด' ของเรา" ครับ
จำได้ว่าวันนั้นผมตอบแกไปประมาณอย่างนี้ครับ ...
"ไม่จริงครับ แฟนพี่เขาเอาไปได้แค่บางส่วน ความมั่งคั่งไม่ใช่ทรัพย์สินที่เราได้ด้วยตานะครับ ความมั่งคั่งอยู่ในความคิดของพี่
บ้านเช่า ที่ดิน เงินฝาก และหุ้น พี่เป็นคนสร้างมันขึ้นมา พี่รู้วิธีสร้างมันครับ คนที่ไม่ได้สร้างมันขึ้นมาเอง ถ้าวันหนึ่งของเหล่านี้มันหมดไป เขาก็จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ไม่ได้
ผิดกับพี่ที่เป็นสร้างทรัพย์สินเหล่านั้นด้วยมันสมองและสมองมือ วันนี้ถ้ามันจะหายไป เราก็แค่สร้างใหม่ ด้วยองค์ความรู้ที่เรามีครับ"
รับประกันแบบสองร้อยตีนทีบเลยว่า สีหน้าพี่เขาวันนั้น ไม่อินกับสิ่งที่ผมพูดเลย
แกคงนึกในใจว่า "มั่งคั่งเชี้ยไร ... กูหมดตูดแล้วจะมั่งคั่งได้ยังไง" 555 อันนี้ผมคิดเองนะ
สุดท้ายเราจากกันวันนั้น ด้วยความรู้สึกแสนคลุมเครือ เพราะผมเองก็ไม่แน่ใจว่า ได้ช่วยแกอย่างดีแล้วหรือยัง
2 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เมื่อวานผมไปเป็น Guest Speaker ในงานสัมมนา The Acheiver ขณะกำลังจะกลับบ้าน มีชายคนหนึ่งมารอพบกับผม
ใช่แล้วครับ เขาคือพี่ชายผู้ฟูมฟายในวันนั้น แต่วันนี้แกมาด้วยสีหน้าอุดมสุข
"หวัดดีครับโค้ช จำผมได้มั้ยครับ"
สารภาพว่าคุ้นหน้า แต่จำไม่ได้ว่าเคยคุยเรื่องอะไร แต่ยิ้มรับทำเป็นจำได้ไว้ก่อน (555)
"ผมแวะมาขอบคุณโค้ชครับ วันนี้ผมดีขึ้นเยอะแล้วครับ ผมมีทรัพย์สินมากกว่าเดิม มีเงินและหุ้นมากกว่าเดิม ที่สำคัญ ผมมีความสุขมากกว่าตอนนั้นเสียอีก นี่ถ้าภรรยาผมไม่ทิ้งไป ผมก็คงไม่ได้เจอตัวตนที่มีความสุขเช่นนี้ ขอบคุณโค้ชมากนะครับ ขอบคุณ ขอบคุณ"
"อ๋อ ... (ไหนมึงบอกจำได้ไง) ยินดีด้วยครับพี่"
หลังจากนั้น เราพูดคุยกันอีกสักพัก แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็ยืนยันคำพูดที่ผมบอกแกไว้วันนั้นจริง
"ความมั่งคั่งสถิตอยู่กับผู้สร้างมัน ไม่ใช่ผู้ครอบครองมันชั่วครั้งชั่วคราว และต่อให้เอาทรัพย์สินเราไป เราก็ยังสร้างความมั่งคั่งใหม่ของเราได้อยู่ เพราะความมั่งคั่ง อยู่ที่ 'ความคิด' ของเรา" ครับ