"ความมั่งคั่ง" ... สิทธิของคนทุกคน
สัปดาห์ก่อนมีอีเมล์ฉบับหนึ่งเขียนมาสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินกับผม
เธอเล่าว่าปัจจุบันเธอมีรายได้จากการทำงานเดือนละ 25,000 บาท
ใช้จ่ายเดือนละ 15,000 บาท ที่เหลืออีก 10,000 บาท เธอเก็บออมทั้งหมด
รวมถึงโบนัสในแต่ละปีด้วย (เธอไม่มีหนี้บริโภคเลย)
โดยเริ่มเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินเป็นอันดับแรก
และแค่ปีเดียวเธอก็มีเงินสำรองครบ 6 เดือนสบายๆ
จากนั้นก็เริ่มแบ่งเงินไปสะสมในกองทุนหุ้นเดือนละ 5,000 บาท อีก 5,000
บาทก็เก็บสะสมไว้รอลงทุน
ล่าสุดเธอเพิ่งจะลงทุนบ้านเช่า ราคา 1.2
ล้านในต่างจังหวัด เก็บค่าเช่าหักค่าใช้จ่ายและเงินผ่อนแล้ว
เหลือเงินสดเข้ากระเป๋า 2,000 บาทต่อเดือน
หลังอ่านเรื่องราวทั้งหมด ผมตอบอีเมล์กลับไปด้วยความชื่นชมว่า บริหารเงินได้ดีมาก และขอให้รักษาวินัยแบบนี้ต่อไป
สองวันก่อนเธออีเมล์กลับมาอีกครั้ง ขอบคุณผมที่อ่านเมล์และตอบกลับเธอ
พร้อมเล่าว่าเธอเป็นแฟนพันธุ์แท้ของผม และชอบหนังสือ "Money Fitness" และ
"เกมเศรษฐี" มาก อ่านแล้วเอาไปใช้ได้จริงกับชีวิต
เสียดายที่เธอไม่กล้ามาเรียนกับผม เธอบอกว่าคิดแล้วคิดอีก คิดอยู่นาน
ว่าอยากเรียน Money Fitness แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สมัคร จนคอร์สปิดไปแล้ว
ผมจึงถามผ่านทางอีเมล์กลับไปว่า ทำไมไม่กล้ามาเรียน และนี่คือคำตอบของเธอครับ
"ดิฉันเป็นผู้พิการทางการได้ยิน เคยพยายามลองเข้าสัมมนาบางที่แล้ว
แต่ก็เรียนไม่ได้ เพราะฟังไม่เข้าใจจริงๆ
ยังไงขอเป็นลูกศิษย์ผ่านทางตัวหนังสือโค้ชต่อไปแล้วกันคะ
รอหนังสือเล่มใหม่ของโค้ชอยู่นะคะ"
หลังได้อ่านเรื่องราวของเธอ
ผมขอที่อยู่และสัญญาว่าจะส่งหนังสือเล่มใหม่ (52 สัปดาห์ 52 ทรัพย์สิน)
พร้อมลายเซ็นต์ไปให้ ทันทีที่ผมได้รับหนังสือ
ผมเคยเขียนและเคยบอกอยู่เสมอว่า "ความมั่งคั่งเป็นสิทธิของคนทุกคน" ตอนที่พูดตอนที่บอกสาบานได้เลยว่า คิดแบบนั้นจริงๆ
ขอบคุณสำหรับอีเมล์อันทรงพลังนี้ ที่ทำให้ผมยิ่งมั่นใจในสิ่งที่ผมเชื่อมาตลอด และจะเชื่ออย่างนี้ตลอดไป
ย้ำอีกครั้ง! "ความมั่งคั่งเป็นสิทธิของคนทุกคนจริงๆครับ" ... คอนเฟิร์ม