ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับ PASSIVE INCOME ...
มีคนถามว่าหลังไมค์ว่า "ถ้าเรามีรายได้จากทรัพย์สิน หรือ Passive Income แล้ว เราไม่ต้องทำงาน ก็มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิตใช่หรือไม่"
คำตอบ คือ ใช่ และ ไม่ใช่
ที่ใช่ คือ ถ้าหากมีทรัพย์สินจริง ก็พอจะทำให้เรามีกินมีใช้ไปได้ตลอด
แต่ที่ไม่ใช่ คือ มีทรัพย์สินแล้วไม่ต้องทำอะไรเลย
เพราะมันก็มีงานที่ต้องทำอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่ต้องทำทุกวัน หรือทำไปตลอด
ที่สำคัญคือ เราสามารถบริหารเวลาในการทำได้ง่ายกว่า และดีกว่างานประจำ
เพราะ Passive Income หรือรายได้จากทรัพย์สินนั้น
เป็นกระแสเงินสดที่ได้จากทรัพย์สินที่เราสร้างไว้ในอดีต
เป็นเสมือนเครื่องช่วยผ่อนแรงในการทำงาน ไม่ให้เราต้องทำงานอยู่ตลอด
ทรัพย์สินดังกล่าวก็ยังให้กระแสเงินสดกับเราได้
แต่ไอ้ประเภท "หยุดทำแล้วมีรายได้ หรือไม่ต้องทำอะไรก็มีกินไปตลอดชาติ"
นั้น ผมว่าเป็นคำพูดที่เอาไว้ล่อคนขี้เกียจ
เพราะไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินใด เราก็ต้องคอยดูแลมันอยู่ตลอด เพื่อให้มั่นใจว่า มันจะสร้างกระแสเงินสดให้เราอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจ ... แม้เราจะไม่ต้องทำเอง จ้างลูกน้องทำ ทำให้มีเวลามากขึ้น
แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยปละละเลยมันได้ คงต้องเจียดเวลาเขาไปเช็ค ไปดู
ไปปรับปรุงอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกิดปัญหา
อสังหาฯให้เช่า
... ที่ชัดที่สุดก็คือ เวลาคนเช่าย้ายออก เราก็ต้องทำงาน
ต้องออกแรงอยู่บ้างเหมือนกันในการหาผู้เช่าใหม่ เพื่อรักษากระแสเงินสดไว้
หรือแม้แต่ตอนมีผู้เช่าอยู่ เราก็อาจต้องคอยติดตามดูแล
หากเกิดปัญหากับผู้เช่า หรือผู้เช่าก่อปัญหา
หุ้น ... ถ้าถือหุ้นดี
ธุรกิจดี หุ้นก็จะให้ปันผลที่ดี แต่หากธุรกิจของหุ้นที่เราถือเริ่มไม่ดี
ก็มีงานหาหุ้นใหม่ หรือย้ายที่อยู่ของเงินเราให้ต้องทำกัน
ลิขสิทธิ์
สิทธิบัตร ... มีเรื่องของการบริหาร เช่น
ลิขสิทธิ์หนังสือก็จะอยู่กับสำนักพิมพ์ 3-5 ปี แล้วแต่สัญญา
จากนั้นก็จะกลับมาที่ผู้เขียน
เพื่อมองหาและบริหารเพื่อสร้างผลตอบแทนกันต่อไป
ในมุมมองผม การสร้างทรัพย์สินที่มี Passive Income ถือเป็นการสร้างเครื่องทุ่นแรง ไม่ให้เราต้องทำงานหนักไปตลอดชีวิต
ดังนั้น ในระหว่างที่มีเรี่ยวแรงทำงาน
คนเราควรสะสมทรัพย์สินเอาไว้ให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้
ส่วนจะเป็นทรัพย์สินแบบใดนั้น ก็แล้วแต่ความถนัดและความสนใจของเรา
จำไว้ว่า "คนเราควรใช้เวลาเพียงช่วงหนึ่ง
หาเงินให้พอเลี้ยงตัวเองได้ทั้งชีวิต แต่จงอย่าทำงานหาเงินไปตลอดชีวิต"
เพราะเรามีเวลาบนโลกนี้คนละไม่มาก อย่าลืมแบ่งเวลาไปทำสิ่งที่มีค่าอื่นๆ
ที่มากกว่าการหาเงินนะครับ