Money Saving Coach

Money Saving Coach

Tuesday, July 9, 2019

ผู้จัดการธนาคาร เกือบซวย ยืมรถเพื่อนมาขับ ถูก ตร.เรียกตัวยึดรถทันที

ผู้จัดการธนาคาร เกือบซวย ยืมรถเพื่อนมาขับ ถูก ตร.เรียกตัวยึดรถทันที


วันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายจักรมงคล ระถะการ อายุ 58 ปี ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.กระบี่ เข้าพบ พ.ต.อ.สมเด็จ สุขการ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ และ ร.ต.อ.บุญส่ง ล่องวารี รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองกระบี่ เพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองกระบี่ ได้เข้าตรวจยึดรถเก่งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีขาว ทะเบียน กฉ.3269 กระบี่ ได้บริเวณลานปฎิมากรรมปูดำ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ซึ่งรถเป็นของนายวินัย ระถะการ อายุ 36 ปี (ลูกชาย) หลังจากที่มีคนขับมาจอดไว้ ซึ่งรถคันดังกล่าว ได้แจ้งความรถหายไว้ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.62 ที่ผ่านมา

นายจักรมงคล เล่าว่า ก่อนที่รถจะหายไป ทางลูกชาย คือนายวินัย ได้ให้นายม่าเลก หรือมูสัง คนเรียน ซึ่งรู้จักกันนำไปฝากไว้ที่สถานที่รับฝากรถแห่งหนึ่งไม่มีชื่อในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ วันที่ 24 มิ.ย. และในวันที่ 27 มิ.ย.นายวินัย(ลูกชาย)ได้ไปรับรถคืน ปรากฏว่าคนที่รับรถไว้บอกว่า นายมาเลก ได้รับรถไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.จึงได้พยายามติดต่อนายมาเลก แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเชื่อว่ารถถูกนายมาเลก ขโมยไปแล้ว จึงได้เข้าแจ้งความไว้ และได้พยายามตามหานายมาเลกและรถ แต่ก็ไม่เจอ
จนเมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา มีคนเห็นรถตามที่ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ ขับวนเวียนอยู่ในตัวเมืองกระบี่ ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและตรวจยึดรถไว้ พร้อมนำตัวคนขับเป็นผู้หญิงทราบชื่อ นางเอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 67 ปี ชาว จ.ชุมพร มาสอบสวน ทราบว่าเป็นผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง ใน จ.ชุมพร ได้ยืมรถมาจากนายขาว อยู่ใน จังหวัดเดียวกัน เนื่องจากรถของตัวเองเสียและส่งซ่อม และได้ขับไปทำธุระที่ จ.สงขลา และขับเข้ามาเที่ยว จ..กระบี่ โดยไม่รู้ว่า เป็นรถที่เจ้าของได้แจ้งความหายไว้

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้เรียกทุกคนที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ พบว่าหลังจากที่รถหาย มีนายมาเลก คนที่เอารถออกมาจากที่ฝากรถ นำไปขายให้กับเต็นท์รถรายหนึ่ง ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ในราคา 160,000 บาท โดยนัดหมายซื้อขายกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ทางเข้าวัดถ้ำเสื้อ ต.กระบี่ใหญ่ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ และนำไปขายต่อให้กับเต็นท์รถ ในพื้นที่ จ.ชุมพร อีกทอด ในราคา 180,000 บาท หลังจากสอบปากคำทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ได้ปล่อยตัวไป โดยยังไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดี

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมสำนวนพยานหลักฐาน เพื่อขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับนายมาเลก คนที่นำรถออกมาจากที่รับฝาก ก่อนที่จะหายตัวไป ในข้อหาลักทรัพย์ ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้อง หรือทำกันเป็นขบวนการหรือไม่ ก็ต้องว่ากันต่อไปตามพยานหลักฐาน
จากการสอบถามเจ้าของเต็นท์รถ ทราบว่า ก่อนที่จะรับซื้อรถคันดังกล่าว ทางผู้ขายอ้างว่ารถหลุดจำนำ และได้ทำการตรวจเช็คประวัติของรถ รวมทั้งเอกสารต่างๆเป็นอย่างดี ไม่มีการอายัดทะเบียน และมีการเซ็นเอกสารโอนลอยไว้ครบทุกอย่าง ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ยกเว้นไม่มีหน้าเล่มตัวจริง ส่วนกุญแจ ก็เป็นกุญแจเดิม จึงได้ตกลงซื้อ แต่สุดท้ายก็พลาดจนได้ และยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆกับเหตุการณ์รถหาย ส่วนคนอื่นก็เช่นเดียวกัน